ระยะเวลาการย่อย ของอาหารทางสายยางที่ให้ทางสายยาง !โดยปกติแล้ว ระยะเวลาการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารของผู้ป่วย จะอยู่ที่ประมาณ 2–4 ชั่วโมง ครับ แต่สิ่งที่ผู้ดูแลต้องรู้คือ "ความเร็วในการย่อย" ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้ครับ:
1. ปัจจัยที่มีผลต่อความเร็วในการย่อย
ประเภทของอาหาร: * อาหารทางการแพทย์สูตรสำเร็จ: มักจะย่อยและดูดซึมได้เร็วกว่า (ประมาณ 2 ชั่วโมง) เพราะมีการคำนวณสัดส่วนมาให้ย่อยง่าย
อาหารปั่นผสมเอง: หากมีส่วนผสมของ ไขมันสูงหรือกากใยเยอะ จะใช้เวลาย่อยนานขึ้น (3-4 ชั่วโมง)
โรคประจำตัว: ผู้ป่วยที่เป็น เบาหวาน มักจะมีภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้า (Gastroparesis) ทำให้อาหารค้างอยู่นานกว่าปกติ
การเคลื่อนไหว: ผู้ป่วยที่พอจะขยับตัวได้บ้างหรือทำกายภาพบำบัด ลำไส้จะบีบตัวได้ดีกว่าผู้ป่วยที่นอนนิ่งเป็นเวลานาน
2. การจัดตารางมื้ออาหาร
เพื่อให้กระเพาะอาหารได้พักและย่อยอาหารมื้อเก่าให้หมดก่อนรับมื้อใหม่ โดยทั่วไปจึงนิยมแบ่งเป็น 4-5 มื้อต่อวัน
ตัวอย่างตารางเวลา: 06.00 | 10.00 | 14.00 | 18.00 | 22.00 น. (เว้นระยะห่างมื้อละประมาณ 4 ชั่วโมง)
3. วิธีเช็กว่า "ย่อยหมดหรือยัง" (สำคัญมาก!)
ก่อนเริ่มให้อาหารมื้อใหม่ "ทุกครั้ง" ควรทำการดูดเช็กอาหารค้าง (Gastric Residual Volume) เพื่อประเมินการย่อยครับ:
ปริมาณที่ดูดได้ สิ่งที่ควรทำ
น้อยกว่า 50-100 ซีซี ปกติ: ดันกลับคืน และเริ่มให้อาหารมื้อใหม่ได้เลย
100 - 150 ซีซี เริ่มย่อยช้า: ดันกลับคืน แล้วเลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมงค่อยเช็กใหม่
มากกว่า 200 ซีซี ไม่ย่อย: ดันกลับคืน ปรึกษาพยาบาลหรือแพทย์ (อาจต้องปรับสูตรหรือให้ยาลดอาการท้องอืด)
💡 เคล็ดลับช่วยให้ผู้ป่วยย่อยอาหารได้ดีขึ้น
อุณหภูมิอาหาร: อาหารควรอยู่ที่ อุณหภูมิห้อง หรืออุ่นเล็กน้อย (ห้ามให้ขณะเย็นจัดจากตู้เย็น เพราะจะทำให้กระเพาะหยุดบีบตัว)
ท่าทาง: หลังให้อาหารเสร็จ ต้อง นอนหนุนหัวสูง 30-45 องศา ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยส่งอาหารลงสู่ลำไส้เล็ก
ปริมาณน้ำ: ให้ดื่มน้ำเปล่าตาม (Flush) ในปริมาณที่พอเหมาะตามแผนการรักษา เพื่อช่วยให้อาหารไม่ข้นหนืดจนเกินไป
⚠️ สัญญาณเตือนว่าอาหารไม่ย่อย
หากพบอาการเหล่านี้ แม้จะยังไม่ถึงเวลามื้อถัดไป ให้ระวังเรื่องการให้อาหารครั้งต่อไปครับ:
ท้องอืดโต หรือเคาะท้องแล้วมีเสียงโปร่งลมชัดเจน
มีอาการขย้อน หรือเรอออกมามีกลิ่นอาหารมื้อเก่า
คลื่นไส้ อาเจียน